
ความน่ากลัวของ “เสาร้าว” คือเสาเป็นชิ้นส่วนที่รับ Axial Load (แรงอัดตามแนวแกน) หากเกิดการวิบัติ มักจะเป็นการพังทลายแบบฉับพลัน (Brittle Failure) Smart and Bright จะพาคุณไปดูเกณฑ์ที่วิศวกรใช้ประเมินว่า เสาต้นนี้ “ยังรอด” และซ่อมได้ หรือ “ถึงขั้นวิกฤต” ที่ต้องเสริมกำลังครับ
ระดับที่ 1: อาการเบา “ซ่อมได้” (Repair)
รอยร้าวบางประเภทไม่ได้เกิดจากการรับน้ำหนักเกิน แต่เกิดจากพฤติกรรมของวัสดุคอนกรีตเอง ซึ่งการแก้ปัญหาคือการใช้ Epoxy Injection เพื่ออุดรอยร้าว หรือใช้ปูนซ่อมโครงสร้าง (Non-shrink Grout) ฉาบแต่งผิว
- รอยร้าวแนวนอนที่โคนเสา/หัวเสา: มักเกิดจากรอยต่อการเทคอนกรีตไม่เป็นเนื้อเดียวกัน (Cold Joint)
- รอยร้าวแตกลายงาตื้นๆ: เกิดจากการหดตัวของผิวคอนกรีต (Plastic Shrinkage)
- ความกว้างรอยร้าวไม่เกิน 0.3 มม. และไม่มีการแตกกะเทาะ (Spalling) ของเนื้อคอนกรีต
ระดับที่ 2: อาการหนัก “ต้องเสริมกำลังด่วน!”
หากเสารับน้ำหนักหรือแรงด้านข้างไม่ไหว การฉีดกาวจะไม่ช่วยอะไร! ต้องใช้วิธีเสริมกำลัง (Strengthening) เช่น การหุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP Confinement ตามมาตรฐาน ACI 440.2R) หรือการพอกขยายหน้าตัดเสา (Concrete Jacketing)
- รอยร้าวแนวดิ่งลึก (Vertical Cracks): สัญญาณว่าเสารับแรงอัดไม่ไหวจนคอนกรีตเริ่มปริแตก (Crushing)
- รอยร้าวแนวทแยง (Shear Cracks): มักเกิดจากแรงลมกระโชกแรง หรือแผ่นดินไหว ทำให้เสาเกิดแรงเฉือน
- คอนกรีตระเบิดเห็นเหล็กเป็นสนิม: เกิดจากความชื้นทำให้เหล็กขยายตัว (Corrosion Spalling) ทำให้หน้าตัดรับน้ำหนักลดลง
- เมื่อมีการ ต่อเติมชั้นลอย หรือเพิ่มน้ำหนักเครื่องจักร ที่เกินพิกัดการออกแบบเดิม
เช็กลิสต์หน้างาน: ประเมินอาการเสาเบื้องต้น (SXO Guide)
1. ทิศทางของรอยร้าว?
– ร้าวแนวดิ่ง/ทแยง = อันตราย (Structural)
– ร้าวแนวนอนบางๆ ที่โคน = เฝ้าระวัง/ซ่อมผิว
2. เนื้อคอนกรีตระเบิดไหม?
– มีชิ้นส่วนปูนกะเทาะหลุดล่วง = ต้องเสริมกำลังด่วน
– แค่รอยแยก ผิวยังเรียบ = ฉีด Epoxy
3. คราบสนิม (Rust Stains)?
– มีน้ำสีสนิมไหลออกมารามรอยร้าว = เหล็กสูญเสียกำลัง ต้องซ่อมแซมและขัดสนิมทันที
หยุดความเสี่ยงอาคารทรุด… ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล
งานซ่อมเสาต้องอาศัยวิศวกรวิเคราะห์น้ำหนักอย่างละเอียด! Smart and Bright ให้บริการวินิจฉัยโครงสร้างด้วยเครื่องมือ NDT พร้อมออกแบบและติดตั้ง CFRP Wrapping หรือการเสริมกำลังวิธีอื่นๆ ที่เหมาะสมที่สุด
Discover More Tags: